จ.ศรีสะเกษ ไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้ฟ้าผ่าเปรี้ยงไฟไหม้ 4 รายหวิดดับสยอง ขณะที่ ผวจ.นำข้าวของไปช่วยเหลือเบื้องต้น เร่งซ่อมแซมบ้านเรือนให้ชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 4 บ้านหนองคู ต.จาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายสมเกียรติ สีขาว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้นำเอาถุงยังชีพและกล้วยหอมไปเยี่ยมให้กำลังใจแก่นายต๋อง วงษ์สุริ อายุ 73 ปี และญาติพี่น้อง เนื่องจากว่าโรงเรือนที่เก็บอุปกรณ์การเกษตร ทั้งรถไถนาเดินตาม เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์การเกษตรอื่นๆ ถูกฟ้าผ่าทำให้โรงเรือนไฟไหม้หมดทั้งหลัง อุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกไฟไหม้เสียหายหมด ซึ่ง ผวจ.ศรีสะเกษ และคณะ ได้ตรวจสภาพความเสียหายพบว่า อุปกรณ์การเกษตรต่างๆ กลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือแต่ซากรถไถถูกไฟไหม้กองอยู่กับพื้น

นายต๋อง เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ เป็นช่วงเวลาประมาณ 13.40 น. ของวันที่ 17 เม.ย.63 ตนกับญาติ รวม 4 คน กำลังช่วยกันตัดต้นไม้ยูคา ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ถึง 1 เมตร ทันใดนั้นได้ยินเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง โดยที่ไม่มีลมฝนแต่อย่างใด และทำให้โรงเรือนที่เก็บอุปกรณ์การเกษตรของตนไฟลุกพรึบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พวกตนต้องพากันวิ่งหนีออกจากบริเวณเพลิงไหม้ รอดตายอย่างหวุดหวิด ซึ่งตนคาดไม่ถึงว่าจะเกิดฟ้าผ่าลงมาโดยที่ไม่มีพายุฝน แต่โชคดีที่ตนและญาติไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

ต่อมา ผวจ.ศรีสะเกษ และคณะ ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 3 บ้านบาก ต.จาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบความเสียหายบ้านของนางบานเย็น ศักดิ์ศรี อายุ 84 ปี ซึ่งถูกพายุพัดถล่มบ้านไม้แบบโบราณสร้างมานานร่วม 100 ปีแล้ว ทำให้หลังคาบ้านที่เป็นสังกะสีถูกลมพัดพังเสียหาย ทรัพย์สินภายในบ้านถูกน้ำฝนเสียหาย และจากนั้นได้ไปเยี่ยมบ้านของนายเสาร์ ขวัญอ่อน อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 94 หมู่ 6 บ้านฮ่อง ต.จาน อ.เมือง ซึ่งถูกลมพัดเอาหลังคาบ้านปลิวหายไปจนหมด ซึ่ง ผวจ.ศรีสะเกษ ได้สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้นำเอาถุงยังชีพและกล้วยหอมมอบให้กับชาวบ้านที่ประสบวาตภัยทุกคน เพื่อเป็นการให้ขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านที่ประสบวาตภัยในครั้งนี้

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 เม.ย.63 ได้เกิดพายุฝนตกอย่างหนักในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มี 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.น้ำเกลี้ยง อ.โนนคูณ อ.ขุขันธ์ อ.กันทรลักษ์ อ.ยางชุมน้อย อ.ปรางค์กู่ และ อ.เมืองศรีสะเกษ 6 ตำบล 25 หมู่บ้าน ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 98 ครัวเรือน คอกสัตว์และโรงเรือน เสียหายรวม 24 หลัง ซึ่งส่วนมากแล้วหลังคาบ้านเรือนของชาวบ้านจะถูกลมพายุพัดปลิวหายไป ซึ่งตนได้สั่งการให้ทุกอำเภอที่เกิดวาตภัยในครั้งนี้ได้ร่วมกับ อปท.เร่งสำรวจความเสียหายบ้านเรือนของชาวบ้าน และให้ทำการซ่อมแซมบ้านเรือนของชาวบ้าน รวมทั้งโรงเรือนและคอกสัตว์ให้สามารถใช้การได้ดีเช่นเดิมโดยด่วนที่สุด หาก อบต.ใดมีงบประมาณไม่เพียงพอให้แจ้งมาให้ตนทราบ เพื่อจะได้จัดหางบประมาณลงไปช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนให้ชาวบ้านให้แล้วเสร็จ ตนขอฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษว่า ช่วงนี้จนถึงวันที่ 20 เม.ย.63 ในเขตอีสานใต้ รวมทั้ง จ.ศรีสะเกษ จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง จึงขอให้ได้ติดตามเฝ้าฟังการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและขอให้ดูแลบ้านเรือนให้แข็งแรง รวมทั้งตัดกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ลมพายุฝนพัดต้นไม้มาล้มทับบ้านเรือนของตนเอง//////

ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าว จ. ศรีสะเกษ