a89b9e19512ce9117162b4acbb8b69e9.jpg 2f6453e08ff89a755590b4f879277842.jpg 424b445a3cd1b494ce0492b83edc7943.jpg

“เฉลิมชัย”ซับน้ำตาชาวไร่ยาสูบ
ดัดหลังพ่อค้ากดราคสเกษตรกรอลงกรณ์”ประสานอธิบดี
สรรพสามิตดึงโรงงานยาเส้นซื้อตรง300ตัน

วันนี้ 16/04/63 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ทปษ.รมว.กษ. และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรมว.กษ. พร้อมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทินายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมเดินทางตรวจราชการรับฟังความเดือดร้อนและร่วมหารือแนวทางแก้ปัญหากับตัวแทนชาวไร่ยาสูบ กรณีที่มียาเส้นค้างสต็อกจำนวนกว่า300ตัน ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนาสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายยุพราช บัวอินทร์ อดีต สส.จังหวัดเพชรบูรณ์ สรรพสามิตพื้นที่ เกษตรจังหวัดฯ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยชมรมอนุรักษ์ยาเส้น ตัวแทนพ่อค้าคนกลางรายย่อย และตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จากพื้นที่อำเภอหล่มเก่า และอำเภอหล่มศักดิ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

โดยตัวแทนเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและพ่อค้าคนกลางรายย่อย ได้นำเสนอปัญหาว่า “เกิดขึ้นหลังจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตปลายปีที่แล้วเริ่มส่งผลทำให้พ่อค้าคนกลางหยุดรับซื้อ ทำให้มียาเส้นค้างสต็อกอยู่กับเกษตรกรกว่า300,000 กิโลกรัม โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ อยู่ที่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก แหล่งปลูกยาสูบมากที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า 4,000 ครัวเรือนซึ่งราคาที่พ่อค้ารับซื้อ ปัจจุบัน อยู่ที่ 50-70บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคาที่ไม่เป็นธรรมจากที่เคยซื้อ120 บาทต่อกิโลกรัม”

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่า” การมารับฟังความเห็นครั้งนี้ ทางกระทรวงเกษตรฯได้หารือเบื้องต้นกับกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง มาแล้ว เนื่องจากยาสูบเป็นพืชที่ดูแลโดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังโดยวางแผนทั้งระยะสั้นกับระยะกลางถึงระยะยาว ระยะสั้นนั้นได้หารือกับโรงงานใหญ่ๆในประเทศให้ช่วยรับซื้อยาไปสต็อก ในราคาที่เป็นธรรม ส่วนระยะกลางและระยะยาว นั้นจะร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขระเบียบกฏกระทรวงเพื่อให้ความเป็นธรรมด้านภาษีต่อไป”

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า “การเปลี่ยแปลงในระบบภาษีและประกาศ กฏกระทรวง ย่อมทำให้เกิดผลกระทบซึ่งจะหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและกระทรวงการคลังต่อไป แต่ตอนนี้ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเร็วที่สุดจึงได้
ประสานกับอธิบดีกรมสรรพสามิตดึงโรงงานยาเส้นมาช่วยรับซื้อยาเส้นจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรมไม่ควรต่ำกว่า 90 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดส่งรายชื่อเกษตรกรพร้อมจำนวนยาเส้นที่แต่ละครัวเรือนมีอยู่ จะได้ไม่ตกหล่นในการช่วยเหลือและ
หากเกินจากความสามารถรับซื้อของโรงงานยาเส้นแล้วสุดท้ายรัฐบาลก็ต้องเข้ามาช่วยเหลือเหมือนกับกรณีกุ้งทะเล
ส่วนระยะกลางและยาว นั้น นอกจากการปรับปรุงมาตรการทางด้านภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแล้ว พี่น้องเกษตรกรต้องทำความเข้าใจว่ายาเส้นเป็นพืชที่ถูกควบคุมเพื่อลดผู้สูบลงเรื่อยๆ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาแนวทางปลูกพืชเศรษฐกิจในอนาคต ทดแทน เช่นโกโก้ ซึ่งประเทศไทยต้องนำเข้าโกโก้ผง น้ำมันโกโก้และช็อกโกแลตปีละหลายหมื่นตัน”

“นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร ได้กำชับให้ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างสุดความสามารถ และไม่เกี่ยงว่าพืชนั้นจะสังกัดกระทรวงเกษตรหรือไม่ ให้ถือเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตัวตั้ง” นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด