จ.สุโขทัยมีมติให้ทุกคนใส่หน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หวังให้ไม่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ พร้อมเตรียมสถานที่กักตัวเฝ้าระวังของรัฐไว้ 3 แห่ง
วันนี้ (13 เม.ย.63) เวลา 13.30 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุโขทัย ครั้งที่ 11/2563 และคณะอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ ห้องประชุมศรีสัชนาลัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย โดยที่ประชุมมีมติที่สำคัญคือให้ทุกคนที่อยู่ในจังหวัดสุโขทัยได้สวมใส่หน้ากากตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน เพราะหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า สามารถป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดต่อทางเดินหายใจได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หวัดธรรมดาๆ ไปจนถึงเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หัด คออักเสบ ปอดบวม ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ และโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสผ่านการไอและจามอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นโรคที่ติดต่อกันผ่านการไอ จาม ละอองน้ำลายต่างๆ เข้าสู่จมูก หรือปากของเราโดยตรงแล้ว การไอจามใส่มือ แล้วเอามือไปจับต้องของสาธารณะอื่นๆ เช่น ที่โหนรถเมล์ ราวบันได ปุ่มลิฟท์ ฯลฯ ก็ทำให้เกิดการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้อีกทางหนึ่งด้วย ฉะนั้นควรสวมหน้ากากอนามัยออกจากบ้านทุกครั้ง เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้
โดยหลังจากการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยพร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปยังโรงแรมสุโขทัยแกรนด์ รีสอร์ท แอนด์สปา ซึ่งเป็นสถานที่ที่กักตัวเฝ้าระวังของรัฐ ของจังหวัดสุโขทัย เพื่อตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่พร้อมพุดคุยสอบถามให้กำลังใจกับผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศและได้มากักตัวเฝ้าดูอาการ 14 วัน จากการพูดคุยและสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลทั้ง 17 คน มีอาการปกติดี มีบางรายที่รู้สึกกังวลบ้างที่เมื่อกักตัวครบ 14 วันแล้วกลับไปอยู่บ้านเกรงเพื่อนบ้านจะไม่เข้าใจและรังเกลียด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวว่าขออย่าได้กังวลในเรื่องนี้ เพราะทางจังหวัดจะมีการทำความเข้าใจกับคนในชุมชนให้และมีใบรับรองจากทางราชการออกให้ด้วย ซึ่งจังหวัดสุโขทัย ได้จัดเตรียมสถานที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มที่ต้องเฝ้าดูอาการจากการแพร่ระบาดของ COVID19 ไว้แล้ว 3 แห่ง คือ โรงแรมสุโขทัยแกรนด์รีสอร์ทแอนด์สปา โรงแรมไพลินสุโขทัย และ ค่ายลูกเสือรามคำแหงสุโขทัย
วิชัย สิทธิพันธ์ / สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย 055612286