เชียงใหม่คุมเข้ม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เกี่ยวกับความมั่นคง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิท 19

0
19
  1. เชียงใหม่คุมเข้ม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เกี่ยวกับความมั่นคง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิท 19 ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ เผยไม่มีการยกเว้น ด้าน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เน้นตำรวจชุดปฏิบัติการต้องมีชุดทำงานที่ครบถ้วน สำหรับจับกุมคนร้ายที่มีความเสี่ยง หรือ ติดเชื้อโควิท 19
    เมื่อวันที่ 8 เม.ย.63 เมษายน 2563 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ทรงกฤช ออนตระไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,พ.ต.อ.สุคนธฺ ศรีอรุณ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ. ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ- ตร.จราจรเชียงใหม่ ตำรวจท่องเที่ยว ทหาร มทบ.33 ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ในการตั้งจุดตรวจซึ่งได้มีการกระจายกำลังกันครอบคลุมพื้นที่มีด่านตรวจในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 47 แห่ง ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะเป็นถนนสายสำคัญๆต่างๆทั้ง 25 อำเภอ ในจังหวัดเชียงใหม่ เน้นการปฏิบัติงานร่วมบูรณาการกันมีความเข้มข้น และหากพบว่ามีผู้กระทำความผิดฝ่าฝืนหรือไม่ทำตามข้อบังคับ และไม่ได้เป็นบุคคลยกเว้นตามที่ได้มีการกำหนดไว้แล้วนั้นก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
    โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563 ผลการรายงานการจับกุมสถานการณ์ฉุกเฉินตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พบปรากฏว่ามีจำนวนผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯจำนวน 43 ราย ลดลง แยกเป็นดื่มสุรา จำนวน 1 ราย ,ยาเสพติดจำนวน 5 ราย,การพนัน จำนวน 2 ราย,ตามหมายจับ 1 ราย ,ไม่มีเหตุจำเป็นอื่นๆ จำนวน 34 ราย รวมจับกุมทั้งสิ้น 43 ราย โดยตำรวจได้ทำการดำเนินคดีทุกราย ดังนั้นจึงขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนในการปฏิบัติตามข้อบังคับที่ได้มีการประกาศออกมาแล้ว โดยตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. จะต้องอยู่แต่ในเคหะสถานเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีข้อหา”ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึง 04.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น โดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆโดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ พล.ต.ต.พิเชษฐ จระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าว
    ขณะเดียวกันทางด้าน พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า จากมาตการในการควบคุมพี่น้องประชาชนที่ฝ่าฝืน ตาม พ.ร.ก.ฉุนเฉินฯ โดยรัฐบาลได้ประกาศตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 ที่ผ่านมานั้น ตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีการผลการจับกุมไปแล้วจำนวน 278 ราย ว่ากล่าวตักเตือน จำนวน 39 ราย จากการปฏิบัติในพื้นที่จำนวน 171 จุดตรวจ มีชุดเคลื่อนที่เร็ว ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น จะพบว่าจำนวนผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในวันแรกจะมีจำนวนมาก มีกลุ่มวัยรุ่นที่ออกไปมั่วสุมตามที่สาธารณะ ประชาชนที่ยังฝ่าฝืนออกจากบ้านโดยไม่สนใจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และบุคคลที่ดื่มสุราและเกิดความเมา กลับบ้านไม่ได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ได้มีการประชาสัมพันธ์และออกไปทำงานร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัคร บูรณาการจับกุมดำเนินคดี ส่งฟ้องศาล โดยศาลได้ตัดสินลงโทษ มีทั้งจำ ทั้งปรับ ทำให้จำนวนผู้ฝ่าฝืนลดลง
    ขณะเดียวกันทางตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดให้จัดเตรียมชุดปฏิบัติการ เพื่อทำการสกัด หรือ ควบคุมให้จัดการจับกุมกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคโควิท 19 หรือ ผู้ที่ติดเชื่อ หรือกลุ่มบุคคลที่เฝ้าระวัง ที่หลบหนีการจับกุม หรือหลบหนีจากสถานที่กักกัน หรือหลบหนีสถานที่บำบัด ตามกระทรวงสาธารณะสุขกำหนดไว้ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้มีการดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการ หรือ ชุด ทำงาน ควบคุม ป้องกันเกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิท 19 ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด มีความเพรียบพร้อม พร้อมจัดชุดปฏิบัติการจับกุมกลุ่มคนร้ายที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือ ติดเชื้อโรคโควิท 19 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต้องสวมใส่ชุดปฏิบัติการที่เพียบพร้อมครบถ้วนด้วย.
    ****************จบข่าว*****************
    นิวัตร ธาตุอินจันทร์ เชียงใหม่